ผีตาโขน เล่าขานตำนานศรัทธาชาวอีสาน
ในบรรดาประเพณีพื้นบ้านของไทย “ผีตาโขน” นับเป็นหนึ่งในงานบุญที่เปี่ยมด้วยสีสัน ความสนุก และกลิ่นอายความเชื่อโบราณที่ผสมผสานกันอย่างมีเอกลักษณ์ จนกลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติต่างอยากมาสัมผัสสักครั้งหนึ่งในชีวิต
รากเหง้าความเชื่อ : ตำนานเบื้องหลังหน้ากากผี
ประเพณีผีตาโขน มีถิ่นกำเนิดที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย สันนิษฐานว่ามีรากเหง้ามาจากตำนานพุทธศาสนาและความเชื่อท้องถิ่นผสมผสานกัน บางตำนานกล่าวว่าเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ ตอนพระเวสสันดรชาดกเสด็จกลับเมือง หลังจากทรงออกบำเพ็ญเพียร พระราชบิดามารับเสด็จกลับ ชาวเมืองต่างปลื้มปีติ พากันออกมาต้อนรับด้วยความรื่นเริงสนุกสนานจนแม้แต่เหล่าวิญญาณ ผีสาง เทวดา และภูติผีก็ยังออกมาร่วมขบวนด้วย
จากความเชื่อเรื่องการอยู่ร่วมกันระหว่างคนและวิญญาณนี้ จึงเกิดการสวมหน้ากากและแต่งตัวประหลาดเลียนแบบเหล่าผีปีศาจ กลายเป็นประเพณี “ผีตาโขน” ที่สืบทอดกันมาเพื่อเป็นการรำลึกถึงตำนานดังกล่าวและแฝงเจตนาในการขับไล่สิ่งชั่วร้ายให้ออกไปจากหมู่บ้าน
สีสันแห่งศรัทธา : พิธีกรรมที่มากกว่าการละเล่น
ประเพณีผีตาโขนเป็นส่วนหนึ่งของงานบุญหลวง หรือบุญพระเวส ซึ่งชาวอีสานถือเป็นบุญใหญ่ในฮีตสิบสอง คลองสิบสี่ งานบุญนี้มีการทำบุญ ฟังเทศน์มหาชาติ แห่พระเวสสันดร และจัดขบวนแห่ผีตาโขน โดยมีทั้งผู้ใหญ่และเด็กออกมาร่วมแต่งชุดผีตาโขนด้วยหน้ากากที่ทำขึ้นจากทางมะพร้าว กระบอกไม้ไผ่ และเศษผ้าหลากสีสัน
เสียงกลอง เสียงแคน และเสียงหัวเราะของผู้คนในงานบ่งบอกถึงความรื่นเริง แต่หากมองลึกลงไป ผีตาโขนยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างคนกับสิ่งเหนือธรรมชาติ เป็นสัญลักษณ์ของการขอขมาธรรมชาติ วิญญาณ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชุมชน

ภูมิปัญญาที่สืบสานผ่านชุมชน
สิ่งที่น่าสนใจคือทุกปีจะมีการจัดทำหน้ากากผีตาโขนขึ้นใหม่ทั้งหมด ซึ่งแต่ละครัวเรือนจะช่วยกันทำด้วยมืออย่างประณีต ตั้งแต่การเก็บทางมะพร้าว มาประกอบกับกระบอกไม้ไผ่ ตกแต่งด้วยเศษผ้าและลวดลายสีสดใส กลายเป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
การทำหน้ากากไม่ได้เป็นเพียงการเตรียมตัวสำหรับงานประเพณีเท่านั้น แต่ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยหลอมรวมคนในชุมชนให้เกิดความรักและหวงแหนวัฒนธรรมท้องถิ่น ความรู้เหล่านี้ยังถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นอย่างเป็นธรรมชาติ ผ่านการลงมือทำจริงในครัวเรือนและชุมชน
ผีตาโขนบนเวทีโลก : Soft Power ของชุมชนอีสาน
ด้วยความแปลกตาและความครื้นเครง งานผีตาโขนกลายเป็นแม่เหล็กทางวัฒนธรรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั้งในประเทศและต่างประเทศให้เดินทางมาสัมผัส กลายเป็น Soft Power สำคัญของอีสานตอนบน สร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน
ไม่เพียงเท่านั้น หลายโรงเรียนยังบรรจุเนื้อหาผีตาโขนในหลักสูตรท้องถิ่น เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้รากเหง้าของบ้านเกิด และต่อยอดเป็นงานสร้างสรรค์ในยุคใหม่ เช่น การทำของที่ระลึก การประยุกต์ลวดลายหน้ากากผีตาโขนลงบนงานศิลปะหรือแฟชั่นร่วมสมัย
แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไป แต่เสียงหัวเราะ ขบวนแห่ หน้ากากสีสันสดใส และศรัทธาที่ฝังลึกของผู้คนในอำเภอด่านซ้าย ยังคงยืนยันว่าประเพณีผีตาโขนไม่ใช่เพียงตำนานที่เล่าขาน แต่คือ “ตำนานที่มีชีวิต” และจะคงอยู่ต่อไป ตราบใดที่ชุมชนยังเชื่อมโยงคนกับวิถีธรรมชาติ และไม่ลืมที่จะส่งต่อเรื่องราวแห่งศรัทธานี้ไปสู่รุ่นลูกหลานอย่างภาคภูมิใจ
Don't miss a story
Subscribe to our email newsletter:
Don't worry we hate spam as much as you do



